พฤติกรรมควรเลี่ยง! แม้ไม่สูบบุหรี่ก็อาจทำสุขภาพพังได้

พฤติกรรมควรเลี่ยง! แม้ไม่สูบบุหรี่ก็อาจทำสุขภาพพังได้
พฤติกรรมควรเลี่ยง! แม้ไม่สูบบุหรี่ก็อาจทำสุขภาพพังได้

ไม่ว่าใครก็ต่างรู้กันดีกว่า การสูบบุหรี่นั้นมีโทษต่อร่างกายมากแค่ไหน แต่รู้ไหมว่านอกจากการสูบบุหรี่แล้ว ก็มีพฤติกรรมบางอย่างที่อาจทำสุขภาพพังได้ แม้ไม่สูบบุหรี่อีกด้วย อาจบอกได้ว่าเป็นพฤติกรรมที่อันตรายเกือบเทียบเท่าการได้รับควันบุหรี่มือสองเลยทีเดียว ว่าแล้วเรามาดูกันดีกว่าว่า มีพฤติกรรมใดบ้างที่อาจทำสุขภาพพังโดยไม่รู้ตัว และควรเลี่ยงโดยด่วน

ทำอาหารด้วยเตาแก๊ส

เพราะเตาแก๊สมีแก๊สธรรมชาติที่เป็นพิษต่อร่างกายมากมายบรรจุอยู่ ซึ่งในขณะที่เรากำลังทำอาหารด้วยเตาแก๊สนั้น แก๊สเหล่านี้ก็จะถูกปล่อยออกมา จนเราเผลอสูดดมเข้าไปโดยไม่รู้ตัว และเมื่อสะสมไปนานๆ ก็จะเริ่มเกิดอาการผิดปกติหรือก่อให้เกิดเนื้อร้ายอย่างเซลล์มะเร็งได้นั่นเอง แต่จะให้งดทำอาหารด้วยเตาแก๊สเลยทีเดียวก็เป็นเรื่องยากพอสมควร ดังนั้น แนะนำให้ติดเครื่องดูดควันไว้ในครัวแทน เท่านี้ก็จะช่วยกำจัดแก๊สพิษเหล่านั้นได้ในระดับหนึ่งแล้วล่ะ ทานอาหารที่มีไขมันมากเกินไป

การทานอาหารที่มีไขมันสูงบ่อยๆ ไม่เพียงแต่ทำให้เสี่ยงโรคอ้วนเท่านั้น แต่ยังส่งผลให้สุขภาพแย่ลงอย่างเห็นได้ชัดอีกด้วย นั่นก็เพราะว่าไขมันเหล่านี้จะไปอุดตันเส้นเลือดและกระตุ้นให้เซลล์มะเร็งเจริญเติบโตได้ดี โดยเฉพาะเนื้อสัตว์ปิ้งย่าง ที่อาจจะมีไขมันน้อยกว่าอาหารประเภททอด แต่ขอบอกเลยว่าสารก่อมะเร็งมาตรึมเลยล่ะ เพราะฉะนั้นทางที่ดีควรหลีกเลี่ยงการทานของมัน หรือทานให้น้อยลงจะดีกว่า นอนน้อยหรือนอนดึก

ร่างกายต้องการพักผ่อนอย่างเพียงพอ เพื่อรักษาสมดุลในร่างกายให้คงที่ และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอต่างๆ ในขณะหลับ ดังนั้นหากเรานอนน้อยจนเกินไปหรือนอนดึกบ่อยๆ ก็จะทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคร้ายต่างๆ และความผิดปกติในร่างกายได้ง่าย โดยเฉพาะ โรคหัวใจ โรคอ้วนและโรคความดันโลหิตสูง เป็นต้น อีกทั้งยังเป็นสาเหตุให้สมองค่อยๆ เสื่อมลง ไม่ต่างจากคนที่สูบบุหรี่อีกด้วย เพราะฉะนั้นเพื่อสุขภาพที่ดี มานอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ วันละ 6-8 ชั่วโมงกันดีกว่า
นั่งอยู่กับที่เป็นเวลานาน

การนั่งอยู่กับที่เป็นเวลานาน ก็เป็นอีกพฤติกรรมทำร้ายสุขภาพ ที่มีความร้ายแรงไม่แพ้การสูบบุหรี่เช่นกัน ซึ่งไม่เพียงแต่โรคออฟฟิศซินโดรมเท่านั้น แต่ยังเสี่ยงต่อโรคมะเร็งและโรคเกี่ยวกับกระดูกอีกด้วย ดังนั้น ไม่ว่าคุณจะจำเป็นต้องนั่งอยู่กับที่มากแค่ไหน ก็ควรลุกขึ้นเดิมเพื่อยืดเส้นยืดสายบ้าง อย่างน้อยก็ช่วยลดความเสี่ยงได้มากทีเดียว

รู้แบบนี้แล้ว อย่าปล่อยให้พฤติกรรมเหล่านี้มาทำลายสุขภาพของคุณเป็นอันขาด เพียงแค่คุณปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเองซะใหม่ สุขภาพที่ดีก็จะอยู่กับคุณไปอย่างยาวนาน

8 อาหารบำบัดความเครียด ดีทั้งต่ออารมณ์และสุขภาพ !

8 อาหารบำบัดความเครียด ดีทั้งต่ออารมณ์และสุขภาพ !
8 อาหารบำบัดความเครียด ดีทั้งต่ออารมณ์และสุขภาพ !

ความเครียดเป็นสิ่งที่มักเกิดขึ้นได้ง่ายเสมอ โดยเฉพาะวิถีการใช้ชีวิตของผู้คนในปัจจุบันที่มีปัจจัยส่งเสริมกระตุ้นให้เกิดความเครียดมากมายรอบด้าน วันนี้เราเลยจะมาแนะนำ 8 อาหารบำบัดความเครียดกันค่ะ อาหารเหล่านี้นอกจากจะมีส่วนช่วยลดความเครียดได้แล้ว ยังมีส่วนบำรุงสุขภาพ ดูแลรูปร่าง และบำรุงผิวในตัวอีกด้วย เหมาะสำหรับสาวๆ ยุคใหม่อย่างมากทีเดียว ว่าแต่จะมีอาหารใดบ้างนั้น รีบตามมาดูกันเลยดีกว่า

1.กาแฟ

เครื่องดื่มยอดนิยมที่มาพร้อมกลิ่นหอมกรุ่นซึ่งสามารถช่วยเพิ่มสารโดปามีนและซีโรโทนิน โดยเป็นสารเคมีที่จะช่วยบรรเทาอารมณ์ลบๆ ในด้านจิตใจให้ลดลงได้ เพราะฉะนั้น นอกจากดื่มกาแฟเพื่อช่วยกระตุ้นความตื่นตัวให้สมองและร่างกายแล้ว ยังช่วยลดความเครียดลงได้เป็นอย่างดีอีกด้วยนะคะ

2.แซลมอน

เนื่องจากแซลมอนเป็นแหล่งของโปรตีนเพื่อสุขภาพ และยังเปี่ยมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า-3 ที่จะช่วยต่อกรกับอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ได้ดี ทั้งยังช่วยบำรุงสมอง ทำให้คุณสามารถจดจ่อใส่ใจกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าได้ดีมากขึ้น เรียกว่าเสริมสร้างสมาธิให้การทำงานของสมองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3.ไข่

ไข่ เป็นแหล่งของโปรตีนชั้นเยี่ยม และยังมีวิตามินดีที่จะช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง และยังช่วยลดทอนความเครียดลงได้อีกด้วย นอกจากนี้ ไข่นี่แหละที่นับเป็นอาหารสำหรับคนลดน้ำหนักโดยเฉพาะ ใครอยากลดน้ำหนักได้ผลก็ต้องหมั่นกินไข่เป็นประจำนะคะ

4.ผลไม้ตระกูลเบอร์รี

ผลไม้ตระกูลเบอร์รี ไม่ว่าจะเป็นสตรอว์เบอร์รี บลูเบอร์รี ราสป์เบอร์รี เชอร์รีและมัลเบอร์รี ก็ล้วนมีสารที่เรียกว่า แอนโทไซยานินด้วยกันทั้งสั้น โดยสารนี้จะช่วยลดอาการอักเสบ ลดริ้วรอยแห่งวัย และช่วยลดความเครียด นับว่าเป็นผลดีต่อผิวพรรณสาวๆ อย่างยิ่ง อีกทั้งยังมีประโยชน์ในด้านการลดน้ำหนักอีกด้วย 5.ดาร์กช็อคโกแลต

ดาร์กช็อคโกแลต แหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ทั้งยังมีแมกนีเซียมที่เป็นมิตรในการเสริมสร้างความผ่อนคลายให้สมองได้เป็นอย่างดี ช่วยลดความดันเลือด และกระตุ้นระบบการไหลเวียนเลือดให้ทำงานดีขึ้น เพียงสาวๆ กินโกโก้บาร์ 70% สักก้อนเล็กๆ ก็จะช่วยลดความเครียดลงได้แล้ว ทั้งยังช่วยลดอาการของภาวะ PMS ก่อนช่วงที่จะมีประจำเดือนลงได้อีกด้วย

6.อะโวคาโด

อะโวคาโด ผลไม้เพื่อสุขภาพและช่วยลดน้ำหนักได้ดี เป็นที่นิยมอย่างมากในสาวๆ ขาเฮลตี้ทั้งหลาย สำหรับอะโวคาโดนั้นจะช่วยบำรุงสมอง ช่วยควบคุมอารมณ์ บำรุงผิวพรรณให้เนียนนุ่มชุ่มชื้น และช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของผิว จึงสามารถป้องกันปัญหาริ้วรอยได้ดีอีกด้วย

7.กล้วย

อยากเติมพลังงานให้ร่างกายแบบไม่ต้องกลัวอ้วน ห้ามมองข้ามกล้วยเด็ดขาดเลยค่ะ เพราะนอกจากเป็นแหล่งของพลังงานแล้ว กล้วยยังมีโพแทสเซียมที่จะช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ ลดการอุดตันของเส้นเลือดในสมอง โรคข้ออักเสบและยังเปี่ยมไปด้วยวิตามินบีที่จะช่วยลดความเครียดลงได้อีกด้วย

8.วอลนัท

วอลนัท หรืออาหารในตระกูลถั่วล้วนเป็นอาหารที่มีไขมันชนิดดีต่อร่างกาย สำหรับวอลนัทนั้นก็ยังมีเมลาโทนิน ที่จะช่วยให้นอนหลับง่าย หลับสบายยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ โรคเบาหวานและยังมีประสิทธิภาพสามารถต่อสู้กับฮอร์โมนความเครียดได้เป็นอย่างดีอีกด้วยเช่นกัน

เห็นหรือยังคะกับ 8 อาหารบำบัดความเครียด เติมเต็มการมีสุขภาพดี ผิวสวยและยังมีผลในด้านการลดน้ำหนักอีกด้วย สาวๆ คนไหนอยากอารมณ์ดี ไม่เครียด ก็ต้องหันมากินกันเป็นประจำนะคะ

7 คุณประโยชน์ของน้ำผึ้งที่มีต่อความงามและสุขภาพ

7 คุณประโยชน์ของน้ำผึ้งที่มีต่อความงามและสุขภาพ
7 คุณประโยชน์ของน้ำผึ้งที่มีต่อความงามและสุขภาพ

น้ำผึ้งรสชาติหอมหวาน มาพร้อมคุณประโยชน์มากมายหลายอย่าง วันนี้เราเลยหยิบมาฝากกับ 7 คุณประโยชน์ที่มีดีต่อผิวสวย และสุขภาพ ใครไม่อยากพลาดประโยชน์ดีๆ ที่น้ำผึ้งมีให้ รีบมาดูกันเลยด่วนๆ

1.ปรับสมดุลร่างกาย บรรเทาโรค และควบคุมน้ำหนัก

น้ำผึ้งมีคุณสมบัติช่วยปรับสมดุลให้กับร่างกาย และช่วยควบคุมน้ำหนักได้เป็นอย่างดี จึงเหมาะสำหรับสาวๆ ที่อยู่ในช่วงลดน้ำหนักอย่างมากทีเดียว นอกจากนี้ ใครที่มีปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับอาการปวดข้อ ปวดกระดูกหรือเป็นตะคริวอยู่เป็นประจำก็สามารถใช้สูตรน้ำผึ้งดื่มบรรเทาอาการเหล่านั้นได้ด้วยเช่นกัน

วิธีดื่ม ให้นำน้ำผึ้ง 3 ช้อนโต๊ะ มาผสมลงในน้ำส้มสายชูหมักแอปเปิล 3 ช้อนชา และผสมกับน้ำเปล่า 1 แก้ว คนให้เข้ากัน แล้วดื่มเป็นประจำหลังจากตื่นนอนตอนเช้า และดื่มในระหว่างมื้ออาหาร ก็จะทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงขึ้น และช่วยดูแลเรื่องน้ำหนักตัวได้

2.แก้ปัญหาผิวหน้าแห้งลอกเป็นขุย

สาวๆ คนไหนที่มีปัญหาผิวหน้าแห้ง ลอกแตกเป็นขุย แนะนำให้ใช้สูตรพอกหน้าสูตรนี้เลยค่ะ เพียงนำน้ำผึ้ง 1 ช้อนมาผสมกับไข่แดง 1 ฟอง คนให้เข้ากันแล้วนำมาพอกหน้า 10 นาที จากนั้นล้างออกให้สะอาด ทำเป็นประจำ ผิวหน้าจะนุ่มชุ่มชื้น บอกลาปัญหาผิวหน้าแห้งลอกได้อย่างแน่นอน

3.กำจัดสิวเสี้ยน

ให้ล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น ซับผิวให้แห้ง แล้วนำกล้วยหอมมาบดให้ละเอียด 1/2 ลูกผสมกับน้ำผึ้ง จากนั้นนำมาพอกหน้าประมาณ 10-15 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด น้ำผึ้งจะมีเอนไซม์ที่ช่วยบำรุงผิวหน้าให้นุ่มชุ่มชื้น และยังบำรุงผิวหน้าให้คงความอ่อนเยาว์ได้อีกด้วย และยังถือเป็นสูตรหน้าใสที่จะช่วยให้ผิวหน้าเนียนใสอย่างเป็นธรรมชาติ 4.สครับผิวหน้าให้กระจ่างใส

ใครต่างก็อยากมีสูตรหน้าใสมาไว้ปรนนิบัติผิวหน้าด้วยกันทั้งนั้น งั้นแนะนำสูตรนี้เลย เพียงแค่นำน้ำผึ้งกับแอปเปิลมาปั่นรวมกัน จากนั้นนำมาสครับผิวหน้าเบาๆ จนทั่ว ก็จะช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพแล้วให้หลุดออก เป็นสูตรหน้าใสที่จะทำให้ผิวหน้าสวยสดใส และเปล่งปลั่งยิ่งขึ้นค่ะ

5.ลดเลือนริ้วรอย

ให้นำแครอท 1 หัวเล็กมาปอกเปลือกแล้วนำมาปั่นให้ละเอียด ผสมกับน้ำผึ้ง จากนั้นนำมาพอกหน้าประมาณ 10-15 นาที ทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง รับรองค่ะว่าริ้วรอยต่างๆ บนใบหน้าจะค่อยๆ ลดเลือนลง แถมยังบำรุงผิวหน้าให้เปล่งปลั่งสดใสยิ่งขึ้นได้ด้วย

6.บำรุงผมให้นุ่มสลวย

เส้นผมที่แห้งและหยาบกระด้าง ถึงเวลาแล้วที่จะต้องฟื้นฟูอย่างล้ำลึก โดยหลังจากที่สาวๆ สระผมเสร็จแล้วก็ให้นำน้ำผึ้งมาผสมกับน้ำมันมะกอกอย่างละ 3 ช้อนโต๊ะให้เข้ากัน นำมาหมักผมประมาณ 3-5 นาทีแล้วล้างออก เส้นผมก็จะนุ่มสลวย นิ่มราวกับแพรไหมเลยทีเดียว

7.ช่วยให้นอนหลับสบาย

ใครที่มีปัญหานอนไม่หลับบ่อยๆ เพียงอุ่นนมไขมันต่ำอุ่นๆ แล้วเติมน้ำผึ้งลงไปผสม คนให้เข้ากัน แล้วดื่มก่อนนอน รับรองค่ะว่าคุณจะนอนหลับสบายมากยิ่งขึ้น

เห็นหรือยังคะว่าประโยชน์ของน้ำผึ้งนั้นมีมากมายเพียงใด ใครที่มองข้าม.. บอกเลยว่าน่าเสียดายสุดๆ เพราะมันช่วยเนรมิตความสวยความงามได้อย่างครบวงจร แถมยังมีดีต่อการลดน้ำหนักและบำบัดปัญหาสุขภาพได้อีกด้วยนั่นเอง

เตือนใช้ทิชชูเปียกควรอ่านฉลากให้ชัด หลังตรวจพบปนเปื้อนแบคทีเรีย-รา

เตือนใช้ทิชชูเปียกควรอ่านฉลากให้ชัด หลังตรวจพบปนเปื้อนแบคทีเรีย-รา
เตือนใช้ทิชชูเปียกควรอ่านฉลากให้ชัด หลังตรวจพบปนเปื้อนแบคทีเรีย-รา

อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แนะประชาชนที่ชอบใช้ทิชชูเปียก ควรอ่านฉลากให้ชัด พบบางยี่ห้อไม่ผ่านมาตรฐาน ปนเปื้อน “แบคทีเรีย ยีสต์ รา” เตือนห้ามใช้ เสี่ยงติดโรค-หน้าพัง

วันที่ 16 พฤศจิกายน 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นพ.สุขุม กาญจนพิมาย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เผยว่า ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเช็ดทำความสะอาดชนิดเปียกวางจำหน่ายจำนวนมาก แต่จัดเป็นเครื่องสำอางควบคุม และมีข้อมูลว่าองค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา ได้เรียกเก็บผลิตภัณฑ์ดังกล่าวบางยี่ห้อคืนจากท้องตลาด เนื่องจากพบจุลินทรีย์ (Pseudomonas) ปนเปื้อน
ด้วยเหตุนี้ ทางกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จึงได้เก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์ดังกล่าวที่จำหน่ายในเมืองไทย ทั้งตลาดกลางและตลาดล่างระหว่างเดือนมกราคม-มีนาคมที่ผ่านมา เพื่อตรวจสอบคุณภาพมาตรฐานด้านจุลชีววิทยา พบว่าไม่มีตัวอย่างใดมีการปนเปื้อนจุลินทรีย์ก่อโรค แต่มี 2 ตัวอย่างที่ไม่ผ่านมาตรฐาน เนื่องจากตรวจพบจำนวนรวมของแบคทีเรีย ยีสต์ และรา ที่เจริญโดยใช้อากาศมากกว่า 1,000 cfu/g ซึ่งอาจมีสาเหตุจากกระบวนการผลิตไม่ถูกสุขลักษณะ รวมถึงขั้นตอนการเตรียมและเก็บรักษาส่วนประกอบต่าง ๆ

ดังนั้นการเลือกซื้อและการใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวให้ปลอดภัยนั้น ควรเลือกที่มีฉลาก ระบุชื่อส่วนผสม วิธีใช้ ที่ตั้งของผู้ผลิต หรือผู้นำเข้า และวันเดือนปีที่ผลิต เป็นภาษาไทยชัดเจน ไม่ใช้ผลิตภัณฑ์ที่หมดอายุหรือมีลักษณะผิดปกติ เช่น มีกลิ่นไม่ปกติ สีเปลี่ยน มีรอยด่างดำ และควรสังเกตส่วนประกอบสำคัญที่ฉลากโดยละเอียด

และหากมีประวัติการแพ้สารใดมาก่อนก็ไม่ควรใช้กับผิว เพราะการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐานทำให้เกิดอันตราย โดยเฉพาะเมื่อใช้กับเด็กหรือบริเวณผิวบอบบางรอบดวงตา ผิวที่อักเสบ มีสิวหรือมีบาดแผล จะมีความเสี่ยงถึงขั้นติดเชื้อในกระแสเลือดได้ ดังนั้นผู้บริโภค หากใช้แล้วมีอาการแพ้ เป็นผื่นแดง บวม อักเสบ ต้องหยุดใช้และรีบไปพบแพทย์ทันที

สมุยท่วมหลายจุดจากฝนตกข้ามคืน

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 5 มกราคม บรรยากาศพื้นที่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เกิดฝนตกหนักลงมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่กลางดึกที่ผ่านมาจนถึงเช้าวันนี้ ส่งผลให้ในหลายพื้นที่มีน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะถนนทวีราษฎร์ภักดี ซึ่งเป็นสายรอบเกาะถูกน้ำท่วมขังในหลายจุด โดยที่ถนนสายทวีราษฎร์ภักดี

ซึ่งเป็นถนนสายรอบเกาะมีน้ำท่วมขังบนผิวจราจรตามเส้นทางหลายจุด จุดที่หนักสุดคือ บริเวณหน้าหน้าโรงแรมบันดารา หมู่ 1 ต.บ่อผุด ไปถึงสามแยกบ่อผุด ต.บ่อผุด ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร มีน้ำท่วมขังบนผิวจราจรสูงประมาณ 30 เซนติเมตร ถนนหน้าวัดบ่อผุด น้ำท่วมขังสูงประมาณ 30 เซนติเมตร หน้าห้างบิ๊กซี น้ำท่วมสูง 50 เซนติเมตร

ส่วนถนนสายรอง และแหล่งชุมชนก็ได้รบผลกระทบด้วยเช่นกัน ที่หน้าตลาดดาวซีฟู้ด น้ำท่วมขังสูง 50 เซนติเมตร รถยนต์ไม่สามารถสัญจรได้ ถนนเลียบชายหาดเฉวงหน้าหอนาฬิกา น้ำท่วมขังสูง 30 เซนติเมตร ส่วนสาเหตุน้ำท่วมขังส่วนหนึ่งมาจากมีขยะเข้าไปอุดตันและขวางทางน้ำ และมีสิ่งก่อสร้างกีดขวางทางน้ำ

ที่มา : มติชนออนไลน์

สุรินทร์นำหลอดไฟล่อแมลงออกมาจับขายรายได้ดี

สุรินทร์นำหลอดไฟล่อแมลงออกมาจับขายรายได้ดี

 

สุรินทร์-ชาวบ้านอำเภอศีขรภูมิ พากันนำหลอดไฟตั้งตามทุ่งนาล่อแมลงออกมาจับขาย สร้างรายได้หลังเก็บเกี่ยว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านคาละแมะ ต.คาละแมะ อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ และชาวบ้านอีกหลายคนทั้งหมู่บ้านแถวนั้น หลังจากที่เกี่ยวข้าวเสร็จช่วงกลางคืน ได้พากันนำเอาหลอดไฟซึ่งเป็นสีน้ำทะเลออกไปติดไว้ตามทุ่งนาคนละห้าหกชุด หรือ บางคนก็สิบชุด เพื่อจับแมลงที่ออกมาเล่นไว้ขายเพื่อเป็นรายได้เสริม ซึ่งมีหลากหลายชนิด ทั้งตั๊กแตน แมงตับเต่า จิ้งหรีด และอีกหลากหลายชนิด โดยอุปกรณ์หนึ่งชุดจะมีหลอดไฟ ผืนพลาสติก และกะละมัง สองอันวางไว้รองรับแมลง เวลาที่แมลงบินมาหาหลอดไฟก็จะชนกับพลาสติกใสที่กางมัดใสไม้ทำเหมือนกับจอหนัง พอแมลงบินมาชนก็จะร่วงลงกะละมังที่ใส่น้ำไว้ด้านล่าง จากนั้นจะนำตะแกรงมาคัดกรองเอาแมลงที่ต้องการออกมา ซึ่งช่วงนี้ในแต่ละคืนจะมองเห็นเป็นแสงระยิบระยับ เป็นแสงของหลอดไฟนีออนที่ออกเป็นสีของน้ำทะเลติดตั้งไว้ทั่วทุ่งนาเลยทีเดียว ที่สำคัญในแต่ละคืนชาวบ้านสามารถจับแมลงต่างๆ มาขายได้คืนละกว่า 10 กิโลกรัม โดยราคาต่างกันไป เช่น แมงตับเต่า ราคากิโลกรัมละ 60 บาท ตั๊กแตน จิ้งหรีด แมงสะดิ้ง จะอยู่ที่ราคากิโลกรัมละ 100 บาท เลยทีเดียว โดยตอนเช้ามืดก็จะมีพ่อค้ามารับซื้อเพื่อนำไปใส่ถุงขายอีกต่อหนึ่ง มีรายได้แต่ละวันๆ ละ 200 หรือ 300 บาท บางวันก็ได้ถึง 1,000 – 1,500 บาท หากวันไหนอากาศเย็น แมลงลงน้อย แต่วันไหนอากาศร้อนอบอ้าว แมลงจะลงเยอะมากเลย ถือว่าสร้างรายได้เป็นอย่างดีให้กับชาวบ้าน ในช่วงหลังเก็บเกี่ยวข้าวช่วงนี้

รวบ หมอสุพัฒน์ หนีโทษประหาร คดีฆ่าฝังดินคนงานเมียนมา

รวบ หมอสุพัฒน์ หนีโทษประหาร คดีฆ่าฝังดินคนงานเมียนมา

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (20 ธ.ค.) ทางการเมียนมา ได้ควบคุมตัว พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ เลาหะวัฒนะ อดีตอายุรแพทย์ โรงพยาบาลตำรวจ ที่หลบหนีคำพิพากษาประหารชีวิตของศาลจังหวัดเพชรบุรี ไว้ได้แล้ว หลังหลบซ่อนตัวไปอยู่ที่เมียนมา โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. อยู่ระหว่างการประสานงานเพื่อขอตัวกลับมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ทั้งนี้ คดีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อพ.ศ. 2555 นายสว่าง นุ่มจุ้ย เจ้าของไร่สับปะรดใน จ.เพชรบุรี และ น.ส.วิมล บุตรสาวได้ไปแจ้งความที่ สภ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี ว่าพบรถกระบะโตโยต้า ไทเกอร์ สีเทา ของนายสามารถ นุ่มจุ้ย กับ น.ส.อรษา เกิดทรัพย์ ลูกชายและลูกสะใภ้ที่หายไปพร้อมรถยนต์นานกว่า 3 ปี จอดอยู่ที่บ้านร้างของ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ ที่ จ.นนทบุรี

ต่อมามีการสืบสวนขยายผลตรวจค้นบ้านพักในไร่ของ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ ที่บ้านท่ามะริด ต.กลัดหลวง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี พบโครงกระดูกมนุษย์ 3 รายถูกฝังอยู่โดย 1 ในนั้นมีร่องรอยกระสุนปืนที่กะโหลกศีรษะ เมื่อตรวจพิสูจน์ทางดีเอ็นเอแล้ว พบว่าเป็นโครงกระดูกของนายอีต้า แรงงานชาวเมียนมาที่สูญหายไป

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงติดตามตัว และจับกุมตัว พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ ก่อนแจ้ง ข้อกล่าวหา 3 คดีคือค้ามนุษย์ ลักทรัพย์ และฆ่าผู้อื่นโดยปิดบังอำพรางศพ โดย พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ ได้ขอประกันตัวสู้คดี โดยเมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา ศาลเพชรบุรีนัดพิจารณาคดีฆ่าผู้อื่น แต่ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ ไม่ได้มาศาล ทั้งยังไม่ได้ให้ตัวแทนมาแสดงเหตุผลต่อศาลว่าผิดนัดด้วยเหตุใด ศาลจึงออกหมายจับ และให้ยึดหลักทรัพย์ประกันขอปล่อยตัวชั่วคราวจำนวน 3 ล้านบาท และอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลย

ซึ่งศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานทั้งของโจทก์และจำเลย รวมทั้งพยานคือนายสรพงษ์ หรือกะลา และนายโย่ง ชาวพม่า คนงาน ในไร่พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ ให้การตรงกันว่า เหตุการณ์ฆาตกรรมนายอีต้า เกิดเมื่อประมาณเดือน ก.พ.2547 เนื่องจาก พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ ไม่พอใจที่นายอีต้าสนิทสนมกันนางวิลสา จันทรบัญชร ภรรยาคนที่ 3 ของตนเอง จึงให้นายกะลาจับกุมนายอีต้าไปไว้ในไร่แล้วใช้อาวุธปืนจ่อยิงก่อนขุดหลุมฝัง โดยมีนายเอกร่วมอยู่ในเหตุการณ์ ส่วนนายโย่งหลบหนีมาได้

ทั้งนี้ ศาลพิจารณา ว่าคำให้การของนายอีต้าและนายโย่งสอดคล้องกัน ซึ่งผลการตรวจสอบนิติวิทยาศาสตร์พบว่า กะโหลกที่ขุดพบในจุดที่นายกะลาชี้ว่าฝังศพนายอีต้า มีรอยกระสุนปืนและพบเศษชิ้นส่วนกระสุนปืน เมื่อนำกะโหลกไปตรวจสอบดีเอ็นเอเทียบกับบิดาและลูกชายนายอีต้า พบว่าตรงกัน จึงยืนยันว่าเป็นกะโหลกของนายอีต้า ที่ถูกฆาตกรรมโดยการยิงที่ศีรษะตรงกับคำให้การนายกะลา

ศาลจึงพิพากษาให้ประหารชีวิต พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ และนายเอก บุตรชายข้อหาร่วมกันฆ่าแรงงานชาวเมียนมาโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ร่วมกันฝัง ปิดบัง ซ่อนเร้นศพเพื่อปิดบังการตาย หรือเหตุแห่งการตายและการกระทำใดๆ แก่ศพก่อนมีการชันสูตรพลิกศพเพื่อการอำพรางคดี ส่วนนายอัคร บุตรชายอีกคนที่ร่วมก่อคดี ขณะเกิดเหตุอายุ 19 ปีเศษ ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ศาลลดโทษให้กึ่งหนึ่ง พิพากษาลงโทษจำคุก 25 ปี 3 เดือน

เว็บไซต์ที่ให้บริการการเดิมพันที่น่าสนใจ

เว็บคาสิโนออนไลน์ของทางเว็บเกมส์เปิดให้บริการที่เชื่อถือได้นั้นที่ได้รับการยอมรับแล้วว่าเป็นเกมน่าสนใจการพนันที่มีมาตรฐาน พร้อมทั้งมีกฎ กติกาที่ชัดเจน ซึ่งผู้ร่วมสนุกสามารถทำการเข้าไปศึกษา ก่อนเล่นเกมส์คาสิโนได้

พร้อมกับทั้งยังมอบโบนัสทันทีด้วยให้บริการเกมพร้อมให้บริการที่สนุกที่สุดต้อง คาสิโนผ่านเน็ตนั้นเป็นบริการ เล่นการพนันในต้นแบบ ออนไลน์ที่ทุกๆ ท่านอาจจะเข้าใช้ บริการออนไลน์เล่นได้โดยผ่านระบบอินเตอร์เน็ต

บริการพนันออนไลน์ที่มีลูกค้าสมัครเข้ามาเล่นมากที่สุด ติดอันดับ 1 เลยทีเดียว เป็นบริการที่รู้จักกันดี ด้วยบริการที่เชื่อถือได้ ซื่อตรง ไม่มีเบี้ยว กล้าการันตีความเชื่่อถือด้วยยอดแทงเดิมพันกีฬา ibcbet แทงบอลออนไลน์ และคาสิโนออนไลน์จากนักเล่นพนันออนไลน์ทั่วโลก

ทำให้นักเดิมพันอาจที่จะเล่นสนุกได้กับเกมส์ออนไลน์การเดิมพันยอดนิยมอย่าง บาคาร่า, รูเล็ท, กำถั่ว, สล็อต, ไฮโล หรือเกมส์การเสี่ยงโชคชนิดอื่นๆ คาสิโนที่เล่นได้ที่บ้านนั้นเปิดให้บริการตลอด 24 ช.ม. ดังนั้นคุณทุกคนอาจจะร่วมเล่นคาสิโนทันสมัยได้คนเดียวภายในบ้านหรือห้องนอนที่จะช่วยให้นักเสี่ยงโชคร่วมเล่นอย่างเป็นส่วน ตัวและมีความสงบในการเล่นกันคาสิโนน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง

รองปลัดยุติธรรม แนะคดีหมอนิ่ม ควรนำมูลเหตุแห่งความจูงใจมาเป็นส่วนลด

รองปลัดยุติธรรม แนะคดีหมอนิ่ม ควรนำมูลเหตุแห่งความจูงใจมาเป็นส่วนลด

 

นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงคดีของหมอนิ่ม ที่ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้ว พิพากษาให้ประหารชีวิต โดยอ้างถึงคำกล่าวของคุณทิชา ณ นคร ที่ระบุว่า หญิงไทยยอมอดทนอยู่คู่สมรสที่ใช้ความรุนแรง จนวันหนึ่งต้องตอบโต้กลับ แต่กระบวนการยุติธรรม มักไม่เอามูลเหตุแห่งความจูงใจมาเป็นส่วนลด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังศาลจังหวัดมีนบุรี ได้อ่านคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีศาลจังหวัดมีนบุรี เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พญ.นิธิวดี หรือ หมอนิ่ม ภู่เจริญยศ เป็นจำเลยที่ 3 ในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน , จ้างวานใช้ ยุยงส่งเสริม ให้ฆ่า , มีและพกพาอาวุธปืน ยิงอาวุธปืนในที่ทางสาธารณะ หลังศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้ว พิพากษาให้ประหารชีวิต พญ.นิธิวดี

นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ในการเสวนาเรื่อง “น้ำพระทัยพระองค์ภา กับการให้โอกาสแก่ผู้ต้องขังหญิง” เมื่อปี 2554 ซึ่งจัดโดยสำนักงานศาลยุติธรรม และสำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค ๕ จังหวัดเชียงใหม่ โดยคุณทิชา ณ นคร ได้พูดถึงคำว่า “แม่หม้าย” เป็นคำที่หญิงไทยไม่พึงประสงค์ และบวกกับความห่วงใยลูก จึงต้องทนทุกข์ระทม ยอมอดทนอยู่คู่สมรสที่ใช้ความรุนแรง จนวันหนึ่งต้องตอบโต้กลับ แต่กระบวนการยุติธรรม มักไม่เอามูลเหตุแห่งความจูงใจมาเป็นส่วนลด

นายธวัชชัย ยังระบุอีกว่า พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงเป็นองค์ประธานและร่วมเสวนาในงานดังกล่าว ระบุความตอนหนึ่งว่า “คดีที่ผู้หญิงตกเป็นจำเลยทำร้ายคู่สมรสนั้น การสืบเสาะและพินิจจำเลยมากขึ้นนั้น จะเป็นการเพิ่มข้อมูล เพื่อที่ทุกท่านจะได้ใช้ดุลยพินิจอย่างรอบคอบมากขึ้น แต่ก็ติดด้วยข้อกฎหมาย และจะสามารถไปหาแนวทางแก้ไขร่วมกันได้หรือไม่”

‘ริโอ’ สวนกระแส! ชี้สองแข้งสิงห์ คือจุดบอดไม่เหมาะระบบ ‘คอนเต’

%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%82%e0%b8%ad-%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%aa-%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%82%e0%b9%89เรื่องเผือกเป็นงานอดิเรกสำหรับ ริโอ เฟอร์ดินานด์ ตำนานแข้งของ “ผีแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังออกมาวิเคราะห์ชี้ให้เห็นว่า เซซาร์ อัซปิลิกวยตา และ แกรี เคฮิลล์ ไม่เหมาะกับระบบ 3-4-3 ของคอนเต…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันที่ 27 พ.ย. ว่า ริโอ เฟอร์ดินานด์ อดีตปราการหลังระดับตำนานของ “ผีแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาวิจารณ์ระบบ 3-4-3 ของเชลซี โดยชี้ว่า เซซาร์ อัซปิลิกวยตา และ แกรี เคฮิลล์ คือจุดบอดไม่เหมาะกับระบบนี้

เชลซี เก็บชัยในลีกเป็นเกมที่ 7 ติดต่อกันโดยนัดล่าสุดเปิดซิงเอาชนะ สเปอร์ส มาได้ 1-0 พร้อมกับเก็บสามแต้มทวงจ่าฝูงคืนมาจากลิเวอร์พูลอีกครั้ง

อย่างไรก็ดี เฟอร์ดินานด์ ยังไม่เชื่อว่าระบบ 3-4-3 ของคอนเต จะเพอร์เฟกต์เนื่องจากมี เซซาร์ อัซปิลิกวยตา และ แกรี เคฮิลล์ อยู่ในทีม

“ผมคิดว่าจากสิ่งที่ทั้งคู่ทำในวันนี้ถ้าคุณกดดันไปที่สามกองหลังตอนที่พวกเขาพยายามฉีกไปเล่นด้านข้าง พวกเขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้แล้ว” เฟอร์ดินานด์ กล่าว

“พวกเขายังทำได้ไม่ดีพอ เคฮิลล์ และ อัซปิลิกวยตา เล่นแบบลึกมาก ตอนที่คุณกดดันพวกเขาก็หาเพื่อนจ่ายไม่เจอแล้ว

“เอาเป็นว่าพวกเขาสอบตกจากตำแหน่งกองหลัง  คุณเห็นแล้วในครึ่งแรกตอนที่สเปอร์สกดดันอย่างหนักจากกองหน้าพวกเขาทำไม่ดีพอที่จะส่งบอลออกไป ทุกครั้งพวกเขาพยายามทำในครึ่งแรกแต่พวกเขาก็เสียบอล”